เป้าหมายสูงสุดของการตลาดในยุคดิจิตอล

180308-work-marketing

เป้าหมายสูงสุดของการตลาดในยุคดิจิตอล

เป้าหมายสูงสุดของการตลาดในยุคดิจิตอล คือ การผลักดันผู้บริโภคจากการรับรู้ (Awareness) ไปสู่การสนับสนุน (Advocacy) ซึ่งการที่ผู้บริโภคจะไปสู่ช่วงการสนับสนุนได้นั้น มักจะมีพลังโน้มน้าวอยู่ 3 อย่างที่เข้ามามีอิทธิพลต่อเส้นทางผู้บริโถค (The customer path) อันได้แก่

บทความที่เกี่ยวข้อง : เส้นทางผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

1. อิทธิพลจากภายนอก (Outer influence)

มักมาจากโฆษณาและข้อมูลข่าวสารทางการตลาดที่แบรนด์ตั้งใจทำขึ้นและส่งหาผู้บริโภค หรืออาจมาจากการที่ผู้บริโภคติดต่อกับแบรนด์ในลักษณะอื่น เช่น ผ่านทางพนักงานขายหรือพนักงานบริการลูกค้า เป็นต้น ซึ่งอิทธิพลเหล่านี้เป็นสิ่งที่แบรนด์สามารถควบคุมได้

2. แรงชักจูงจากผู้อื่น (Other’s influence)

มักมาจากคำบอกเล่าแบบปากต่อปากของคนในแวดวงใกล้ชิด ได้แก่ เพื่อน สมาชิกในครอบครัว หรือความคิดเห็นจากชุมชนอิสระที่ผู้บริโภคคนนั้นๆเป็นสมาชิกอยู่ ซึ่งจะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคแตกต่างกันไปตามผู้บริโภคแต่ละคน เช่น บางคนอาจเชื่อเพื่อนมากกว่าครอบครัว หรือบางคนอาจเชื่อความคิดเห็นจากชุมชนอิสระมากกว่าเพื่อน เป็นต้น โดยกลุ่มที่มักมีอิทธิพลสูงก็คือกลุ่ม YWN อันได้แก่ ผู้เยาว์ (youth) ผู้หญิง (women) และชาวเน็ต (netizen)

บทความที่เกี่ยวข้อง : วัฒนธรรมย่อยที่ทรงพลังในยุคดิจิตอล

3. แรงพลักดันส่วนตัว (Own influence)

มักมาจากภายในตัวของผู้บริโภคเอง ซึ่งเป็นผลมาจากประสบการณ์และปฏิสัมพันธ์ที่มีกับแบรนด์ต่างๆในอดีต ได้แก่ ผลจากการประเมินประสบการณ์ ความคิดเห็น และความชอบส่วนตัวที่มีต่อแบรนด์ นอกจากนี้ยังมักถูกโอนเอนโดยคำบอกเล่าแบบปากต่อปากจากผู้อื่น (other) และข้อมูลข่าวสารจากโฆษณา (outer)

4

ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ https://thoughtleadershipzen.blogspot.com/2016/05/traditional-marketing-shortcomings.html

พลังโน้วน้ามทั้ง 3 อย่างนี้ถูกเรียกรวมกันว่าพลัง O Zone ซึ่งมักมีความเกี่ยวพันกันอยู่เสมอ โดยปกติผู้บริโภคจะถูกโน้มน้าวด้วยอิทธิพลทั้ง 3 อย่างนี้ในสัดส่วนที่ไม่เท่ากัน ทั้งนี้เพราะลักษณะส่วนบุคคล เช่น บางคนอาจมีความชอบส่วนตัวที่แน่วแน่มาก หรือบางคนอาจเชื่อข้อมูลจากผู้อื่นและคำโฆษณามากกว่าความชอบของตนเอง อย่างไรก็ตามถึงแม้ว่าอิทธิพลทั้ง 3 อย่างนี้จะมีอิทธิพลต่อผู้บริโภคแต่ละคนไม่เหมือนกัน แต่ผู้บริโภคส่วนใหญ่มักจะเชื่อแรงชักจูงจากผู้อื่น (Other) มากกว่าแรงผลักดันส่วนตัว (Own) และอิทธิพลจากภายนอก (Outer)

ตลาดช่วงต่างๆในเส้นทางผู้บริโภคแบบ 5A’s ผู้บริโภคจะตอบรับพลังโน้มน้าวในช่วงสอบถาม (Ask) และช่วงลงมือทำ (Act) มากที่สุด โดยในช่วงสอบถาม ผู้บริโภคจะเสาะหาคำแนะนำและรับข้อมูลให้มากที่สุดเท่าที่จะมากได้จากคำแนะนำของผู้อื่น (Other) และสื่อโฆษณาจากจากภายนอก (Outer) ส่วนในช่วงลงมือทำ ผู้บริโภคจะสรุปข้อมูลต่างๆที่ได้รับมา เพื่อนำมาประมวลเป็นการรับรู้ของตนเอง (Own perception) ที่มีต่อแบรนด์นั้นๆ

บทความที่เกี่ยวข้อง : เส้นทางผู้บริโภคที่เปลี่ยนแปลงไป

5

ขอบคุณรูปภาพจากเว็บไซต์ https://thoughtleadershipzen.blogspot.com/2016/05/traditional-marketing-shortcomings.html

ด้วยเหตุนี้แนวคิดในเรื่อง O Zone จึงถือเป็นประโยชน์อย่างมากต่อนักการตลาดในการบริหารกิจกรรมทางการตลาดต่างๆให้เกิดผลลัพธ์สูงสุด โดยนักการตลาดควรนำแนวคิดนี้ไปใช้ในการระบุความสำคัญของแรงผลักดันต่างๆที่มีต่อแบรนด์ของตน ซึ่งแตกต่างกันไปตามแต่ละแบรนด์ เพื่อค้นหาและคิดค้นแผนกลยุทธ์ทางการตลาดที่เหมาะสมที่สุดกับแบรนด์ของตน

Source
Philip Kotler et al. 2017. Marketing 4.0. Thai translated by Nongluck Jaruwat. 1st ed. Bangkok: Nationbook Publishing.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s