วัฒนธรรมย่อยที่ทรงพลังในยุคดิจิตอล

180302-work-marketing

วัฒนธรรมย่อยที่ทรงพลังในยุคดิจิตอล

การตลาดในยุคดิจิตอลนั้นถือได้ว่าเป็นยุคที่เน้นการสร้างการสนับสนุนจากผู้บริโภคทั้งในแง่ของการสนับสนุนเชิงบวกและการสนับสนุนเชิงลบ ดังนั้นเพื่อเพิ่มโอกาสในการได้รับการสนับสนุนจากผู้บริโภค นักการตลาดในยุคนี้จึงควรเพ่งเล็งไปที่กลุ่มวัฒนธรรมย่อย 3 กลุ่ม อันได้แก่ ผู้เยาว์ (Youth) ผู้หญิง (Women) และชาวเน็ต (Netizen) ซึ่งเรียกรวมกันว่ากลุ่ม YWN เพราะปัจจุบันมีการศึกษาและงานวิจัยจำนวนมากที่พบว่าผู้บริโภคกลุ่มเหล่านี้เป็นส่วนตลาดที่ให้กำไรงามมากในโลกยุคการตลาด 4.0 หรือยุคดิจิตอล

บทความที่เกี่ยวข้อง : การตลาด 4.0 คืออะไร ?

180302-work-marketing-youth

1. กลุ่มผู้เยาว์ (Youth)

เป็นกลุ่มผู้บริโภคที่มีบทบาทสูงมากในการชักจูงผู้บริโภคกลุ่มอื่น เพราะประการแรกกลุ่มผู้เยาว์เป็นพวกหัวก้าวหน้ากล้าทดลอง (Early Adopter) ใช้ผลิตภัณฑ์และบริการใหม่ๆที่คนรุ่นเก่าเห็นว่าเสี่ยงเกินไป ซึ่งถือว่าเป็นส่วนตลาดที่มีความสำคัญอย่างมากต่อการวางตลาดผลิตภัณฑ์ที่เพิ่งพัฒนาขึ้นมาใหม่

ประการที่สองผู้เยาว์เป็นผู้นำกระแส (Trendsetter) และเป็นผู้บริโภคยุคปัจจุบัน (Now Generation Customer) ที่ต้องการทุกสิ่งทุกอย่างในทันที เมื่อพูดถึงกระแสอะไรก็ตาม ผู้บริโภคกลุ่มนี้มักจะมีความคล่องแคล่วและกระตือรือร้นอย่างมากในการติดตามกระแสต่างๆ 

ประการสุดท้ายคือผู้เยาว์มักเป็นผู้พลิกเกม (Game Changer) กล่าวคือพวกเขามักตอบรับความเปลี่ยนแปลงต่างๆที่เกิดขึ้นในโลกได้อย่างรวดเร็ว และให้ความสำคัญกับสิ่งที่เกิดขึ้นรอบตัว ตลอดจนเป็นพลังขับเคลื่อนที่สำคัญอย่างหนึ่งที่จะก่อให้เกิดการเปลี่ยนแปลงต่างๆในโลก 

จากเหตุผลทั้ง 3 ประการข้างต้น จะเห็นได้ว่าผู้เยาว์ถือเป็นกุญแจสำคัญที่มีผลต่อส่วนแบ่งความคิด (Mind-share) ดังนั้นหากแบรนด์อยากโน้มน้าวความคิดของผู้บริโภคที่เป็นกลุ่มวัฒนธรรมหลัก ขั้นตอนแรกที่สำคัญและควรทำคือ ต้องทำให้ผู้บริโภคกลุ่มผู้เยาว์เกิดความเชื่อถือในตัวแบรนด์ให้ได้ก่อน

Smiling blonde pretty woman looking at product in supermarket

2. กลุ่มผู้หญิง (Women)

สาเหตุที่ผู้หญิงมีบทบาทสำคัญต่อการตลาดในยุคดิจิตอลนั้นมีอยู่ 3 อย่าง ได้แก่ อย่างแรกคือผู้หญิงมักชอบรวบรวมข้อมูล (Information Collector) มากกว่าผู้ชาย อย่างที่สองคือผู้หญิงมักใช้เวลาค้นหาข้อมูลมากกว่าผู้ชาย และสุดท้ายคือผู้หญิงชอบพูดคุยเรื่องแบรนด์มากกว่าผู้ชาย

ด้วยเหตุนี้ผู้หญิงจึงมักใช้เวลาในการศึกษาข้อมูลก่อนการตัดสินใจซื้อมากกว่าผู้ชาย พวกเขาจะสอบถามความคิดเห็นจากเพื่อนและสมาชิกในครอบครัว รวมทั้งยินดีรับความช่วยเหลือจากคนอื่น ในขณะที่ผู้ชายจะอยากซื้อของให้เสร็จๆไป ผู้หญิงจะอยากหาผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ดีที่สุด

จากสาเหตุต่างๆข้างต้น จึงทำให้ผู้หญิงกลายเป็นผู้ซื้อที่คำนึงถึงทุกอย่าง (Holistic Shopper) ซึ่งจะมีประสบการณ์ในการสัมผัสแบรนด์มากกว่าผู้ชายตลอดเส้นทางผู้บริโภค อีกทั้งยังมีหน้าที่เป็นผู้บริหารครัวเรือน (Household Manager) ที่มีอิทธิพลอย่างมากต่อการเลือกซื้อผลิตภัณฑ์หรือบริการที่ใช้ภายในครอบครัว ดังนั้นหากแบรนด์ต้องการส่วนแบ่งการตลาดที่มากขึ้น นักการตลาดควรต้องให้ความสำคัญต่อกระบวนการตัดสินใจซื้อที่ครอบคลุมถึงเรื่องผู้หญิง

Freelance is brainstorming on work with computer accessories and

3. กลุ่มชาวเน็ต (Netizen)

ชาวเน็ต หมายถึง ประชาชนในทุกเขตภูมิศาสตร์ที่ให้ความสำคัญและทำงานอย่างแข็งขันในการพัฒนาอินเทอร์เน็ตเพื่อประโยชน์สุขของชาวโลก โดยทั่วไปผู้ใช้อินเทอร์เน็ตจะถูกแบ่งออกเป็น 5 กลุ่ม ได้แก่ 1.พวกที่ไม่ทำอะไรเลย (Inactive) 2.พวกสมัครและแวะชมโซเชียลมีเดีย (Joiner) 3.พวกสะสมข้อมูล (Collector) 4.พวกนักวิจารณ์ที่จัดอันดับและเขียนคอมเมนต์ในสื่อออนไลน์ (Critic) และ 5.พวกสร้างและเผยแพร่คอนเทนต์ในสื่อออนไลน์ (Creator) ซึ่งจะมีเพียง 3 กลุ่มหลังหรือ Collector, Critic และ Creator เท่านั้นที่ถูกจัดเป็น “ชาวเน็ต” เพราะกลุ่มคนเหล่านี้เป็นกลุ่มที่ทำประโยชน์ให้แก่อินเทอร์เน็ต

จากนิยามของชาวเน็ตจะเห็นได้ว่าชาวเน็ตจะเชื่อมโยงและทำประโยชน์ให้แก่บุคคลอื่นในโลกออนไลน์อยู่เสมอ ซึ่งส่งผลให้พวกเขากลายเป็นผู้ที่มีบทบาทสูงในการโน้มน้าวผู้อื่น และมีแนวโน้มสูงที่จะกลายเป็นผู้เผยแพร่แบรนด์ เพราะหากพวกเขาชอบแบรนด์ใดแล้ว พวกเขามักจะกลายเป็น F-factor ของแบรนด์นั้นตามไปด้วย

หมายเหตุ : F-factor หมายถึง ผู้ติดตาม (Follower), แฟน (Fan) และเพื่อน (Friend)

ด้วยเหตุนี้ชุมชนชาวเน็ตจึงกลายเป็นกุญแจสำคัญที่จะช่วยขยายส่วนแบ่งจิตใจ (Heart Share) ของแบรนด์ เพราะชาวเน็ตคือผู้ที่ให้คำแนะนำแบบปากต่อปากและเป็นเครื่องขยายเสียงที่ดีที่สุด ซึ่งหากแบรนด์ใดได้รับความเห็นชอบจากชาวเน็ตแล้วละก็ แบรนด์นั้นจะไหลต่อไปยังเครือข่ายต่างๆของชาวเน็ตได้อย่างรวดเร็วและง่ายดาย

บทความที่เกี่ยวข้อง : การตลาด 4.0 คืออะไร ?

Source
Philip Kotler et al. 2017. Marketing 4.0. Thai translated by Nongluck Jaruwat. 1st ed. Bangkok: Nationbook Publishing.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

w

Connecting to %s