ผู้ประกอบการ 2 ประเภท

171204-guide-business

ผู้ประกอบการ 2 ประเภท

คนส่วนใหญ่มักคิดว่าการเป็นผู้ประกอบการนั้น คือการสร้างธุรกิจใหม่ที่ไม่เคยมีมาก่อน แต่จริงๆแล้วการเป็นผู้ประกอบการนั้น ไม่จำเป็นต้องเป็นการสร้างสิ่งใหม่เสมอไป ซึ่งความเข้าใจดังกล่าวนี้ถือเป็นความคลาดเคลื่อนที่สำคัญมาก เพราะเป้าหมายและความต้องการของผู้ประกอบการทั้งสองนี้มีความแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง ดังนั้นความแตกต่างดังกล่าวจึงถือเป็นเรื่องสำคัญที่ต้องทำความเข้าใจกันอย่างชัดเจนก่อนการเริ่มสร้างธุรกิจ

1. ผู้ประกอบการธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม

หรือที่เรารู้จักกันในชื่อ SME (Small and Medium Enterprise) ผู้ประกอบการประเภทนี้มักเป็นกิจการของคนคนเดียวที่ก่อตั้งขึ้น เพื่อตอบสนองความต้องการของตลาดในท้องถิ่น จากนั้นก็เติบโตขึ้นเป็นธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม ส่วนใหญ่จะถือหุ้นโดยคนไม่กี่คนหรือเป็นธุรกิจครอบครัว ทั้งนี้เพราะธุรกิจดังกล่าว จำเป็นต้องมีการควบคุมดูแลกิจการอย่างใกล้ชิด หลักๆแล้วผู้ประกอบการประเภทนี้ มักได้สิ่งตอบแทนในรูปของความมีอิสระและกระแสเงินสดจากธุรกิจ

โดยทั่วไปธุรกิจเหล่านี้ไม่จำเป็นต้องระดมทุนมากมาย ซึ่งเมื่อมีเงินทุนเข้ามาก็จะมีรายได้และการจ้างงานเพิ่มขึ้นในเวลาไม่นานนัก นอกจากนี้ยังมีความหลากหลายในแง่ของทำเลที่ตั้ง ตลอดจนงานที่สร้างขึ้นมาก็มักจะเป็นแบบทดแทนไม่ได้ และไม่สามารถส่งต่อไปทำที่อื่นเพื่อลดต้นทุนได้ ส่วนใหญ่ธุรกิจเหล่านี้จะเป็นผู้ให้บริการหรือผู้ค้าปลีกที่จำหน่ายผลิตภัณฑ์ของบริษัทอื่นอีกทีหนึ่ง

2. ผู้ประกอบการที่มุ่งเน้นนวัตกรรม

หรือ IDE (Innovation-Driven Enterprise) ผู้ประกอบการประเภทนี้จะมีความเสี่ยงที่สูงกว่าและมีความทะเยอทะยานที่มากกว่าผู้ประกอบการแบบเอสเอ็มอี เพราะต้องการตอบสนองความต้องการต่อตลาดที่ใหญ่กว่าตลาดในท้องถิ่น พวกเขามักคาดหวังไว้ว่าจะจำหน่ายผลิตภัณฑ์ไปทั่วโลกหรืออย่างน้อยก็ในระดับภูมิภาค

ผู้ประกอบการประเภที้มักทำงานเป็นทีม โดยมากมักสร้างธุรกิจขึ้นมาจากเทคโนโลยี กระบวนการ หรือโมเดลธุรกิจที่แปลกใหม่ รวมถึงนวัตกรรมอื่นๆที่ทำให้พวกเขามีความได้เปรียบในการแข่งขันอย่างมหาศาลเมื่อเทียบกับบริษัทที่มีอยู่ พวกเขาจะสนใจในการสร้างความมั่งคั่งมากกว่าการควบคุมบริษัท และมักระดมทุนด้วยการขายหุ้นของบริษัทเพื่อนำเงินมาสร้างให้ธุรกิจเติบโต ซึ่งถึงแม้ว่าผู้ประกอบการประเภทนี้จะใช้เวลาในการออกตัวที่นานกว่า แต่พอเริ่มมีลูกค้ามากขึ้น ผู้ประกอบการประเภทนี้มักมีการเติบโตแบบก้าวกระโดด

ตารางเปรียบเทียบความแตกต่างระหว่างผู้ประกอบการเอสเอ็มอีและไอดีอี

ธุรกิจเอสเอ็มอี

ธุรกิจไอดีอี

มุ่งเน้นตลาดระดับท้องถิ่นและภูมิภาค มุ่งเน้นตลาดระดับภูมิภาคและระดับโลก
นวัตกรรมไม่มีความจำเป็นต่อการสร้างความเติบโตและความสามารถในการแข่งขัน อาศัยนวัตกรรม เช่น เทคโนโลยี กระบวนการ หรือโมเดลธุรกิจที่แปลกใหม่ในการสร้างความเติบโต และความสามารถในการแข่งขัน
งานเป็นแบบทดแทนไม่ได้ ซึ่งต้องทำในสถานที่ที่บริษัทตั้งอยู่ เช่น ร้านอาหาร ร้านซักรีด และธุรกิจบริการต่างๆ

งานเป็นแบบทดแทนได้ โดยไม่จำเป็นต้องทำในสถานที่ที่บริษัทตั้งอยู่

ส่วนใหญ่เป็นธุรกิจครอบครัวหรือธุรกิจที่อาศัยแหล่งเงินทุนภายนอกน้อยมาก มีเจ้าของหลากหลายกว่า รวมถึงมีแหล่งเงินทุนจากภายนอกหลากหลายช่องทาง
บริษัทมักเติบโตแบบเส้นตรง กล่าวคือ เมื่อมีเงินทุนเพิ่มขึ้น องค์ประกอบต่างๆ ได้แก่ รายได้ กระแสเงินสด การจ้างงาน ฯลฯ ก็จะเพิ่มขึ้นตามไปด้วย บริษัทมักขาดทุนในช่วงแรก แต่ถ้าประสบความสำเร็จก็จะเติบโตแบบก้าวกระโดด โดยการลงทุนเพิ่มเป็นสิ่งสำคัญ แต่เมื่อมีเงินทุนเพิ่มขึ้น รายได้ กระแสเงินสด การจ้างงาน ฯลฯ จะไม่เพิ่มขึ้นแบบทันทีทันใด

Source

Bill Aulet. 2017. Disciplined Entrepreneurship. Thai translated by Winyu Kinghirunvattana. Bangkok: WeLearn Co., Ltd.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out / Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out / Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out / Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out / Change )

Connecting to %s