5 เทคนิคโน้มน้าวเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม

171127_work_technique

5 เทคนิคโน้มน้าวเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม

คุณเคยเข้าร่วมการประชุมที่คนคนหนึ่งสามารถสร้างความประหลาดใจให้คนทั้งห้อง ราวกับว่าเขาได้ใช้เวทมนตร์บางอย่างสะกดทุกคนให้ตกอยู่ในภวังค์หรือไม่ ถ้าคุณเคยมีประสบการณ์เช่นนี้ เป็นไปได้ว่าคนคนนั้นอาจใช้เทคนิคบางข้อจากทั้ง 5 เทคนิคดังต่อไปนี้

1. อย่ามัวแต่พุ่งเป้าไปที่คนมีอำนาจตัดสินใจอย่างเดียว

หลายๆตำรามักกล่าวว่าการโน้มน้าวเสียงส่วนใหญ่ในที่ประชุม คือการพุ่งเป้าไปยังคนที่มีอำนาจตัดสินใจ เพราะพวกเขาจะมีอิทธิพลต่อผู้อื่นและสามารถดึงให้ผู้อื่นหันไปคิดแบบเดียวกับตนได้ ซึ่งนี่ก็ถือเป็นวิธีการที่ดูสมเหตุสมผล และสามารถนำไปใช้ได้จริงในทางปฏิบัติ แต่ก็มีงานวิจัยจำนวนมากพบว่าหากใครคนใดคนหนึ่งในที่ประชุมเกิดเปลี่ยนความคิดขึ้นมา คนอื่นๆก็มีแนวโน้มที่จะทบทวนความคิดของตนใหม่

ถึงแม้ว่ามันจะเกิดขึ้นไม่บ่อยนัก แต่ทางที่ดีคุณควรป้องกันปัญหาดังกล่าวไว้ก่อน เพื่อไม่ให้พวกเขาเกิดเปลี่ยนความคิดขึ้นมาในภายหลัง ดังนั้นคุณต้องให้ความสำคัญกับคนอื่นๆในที่ประชุมด้วย ไม่ใช่มัวแต่ให้ความสำคัญกับผู้มีอำนาจตัดสินใจอย่างเดียว

2. แสดงความมั่นใจและยืดหยุ่น

การแสดงความมั่นใจในแนวคิดของคุณ จะช่วยผลักดันผู้อื่นมีความคิดไปในทิศทางเดียวกับคุณได้ ความมั่นใจจะเปล่งประกายอย่างชัดเจนเมื่อเราแสดงมันออกมาอย่างต่อเนื่อง แต่เมื่อไรก็ตามที่คณเกิดความลังเล ไม่กล้าตัดสินใจ หรือส่งสัญญาณว่าคุณกำลังจะเปลี่ยนใจ ความสามารถในการโน้มน้าวผู้อื่นของคุณจะลดลง

ในขณะเดียวกันความมั่นใจของคุณก็อาจทำให้ผู้อื่นมองว่าคุณเป็นคนหัวแข็งหรือไม่มีเหตุผลได้ ดังนั้นคุณจึงควรมีความยืดหยุ่นในแนวคิดของคุณด้วย โดยอย่าเพิ่งด่วนตัดสินใจไม่เห็นด้วยกับแนวคิดของผู้อื่น แต่ให้ลองนำแนวคิดของเขามาพิจารณาดูก่อนว่ามีความสมเหตุสมผลหรือไม่ ซึ่งการกระทำเช่นนี้จะช่วยให้แนวคิดที่คุณเพิ่งนำเสนอไปมีน้ำหนักมากขึ้นไปอีก

3. เล่นกับอารมณ์

คุณมีโอกาสน้อยมากที่จะโน้มน้าวผู้อื่นด้วยการใช้เหตุผลเพียงอย่างเดียว เพราะการตัดสินใจของคนเรานั้นเกิดจากอารมณ์มากถึง 90 เปอร์เซ็น  ดังนั้นหากคุณต้องการโน้มน้าวผู้อื่น คุณต้องนำเสนอข้อเท็จจริงที่ชัดเจนด้วย เพื่อกระตุ้นให้พวกเขาเกิดอารมณ์ร่วมไปกับคุณ

ตัวอย่างเช่น การนำเสนอแผนงาน หากคุณนำเสนอแต่วิสัยทัศน์หรือทิศทางของคุณเพียงอย่างเดียว จะมีแค่ไม่กี่คนหรอกที่อินไปกับคุณหรืออาจไม่มีเลย แต่ถ้าคุณนำเสนอวิธีการที่เป็นข้อเท็จจริงเข้าไปด้วยว่าต้องการทำอย่างไรจึงจะไปถึงจุดนั้นได้ คนอื่นๆก็จะมีแนวโน้มเห็นด้วยกับคุณมากขึ้น ทั้งนี้เพราะโดยธรรมชาติแล้ว คนเราจะรู้สึกสบายใจและปลอดภัยมากขึ้นเมื่อรู้ว่าเส้นทางที่จะไปนั้นมีความชัดเจนและถูกเตรียมการมาอย่างดีแล้ว

4. การหลีกเลี่ยงความเสี่ยง

คุณจะประสบความสำเร็จในการโน้มน้าวผู้อื่นมากขึ้น หากคุณสามารถทำให้ผู้อื่นเชื่อได้ว่าแนวคิดของคุณจะช่วยป้องกันไม่ให้เกิดผลเสียหรือผลกระทบที่ไม่น่าพึงพอใจได้อย่างไร ถึงอย่างนั้นในความเป็นจริงคนส่วนใหญ่ก็มักจะนำเสนอแต่เพียงประโยชน์ที่จะได้รับจากแนวคิดของพวกเขา ซึ่งถ้าจะให้ดีคุณต้องนำเสนอผลเสียที่อาจเกิดขึ้นและวิธีการในการรับมือกับมันด้วย เพื่อเพิ่มความน่าเชื่อถือให้กับแนวคิดของคุณมากขึ้นไปอีก

5. ชิงตัดหน้า

เมื่อรู้ว่าแนวคิดของคุณมีจุดอ่อนอยู่ คุณต้องอย่ารอให้ผู้อื่นหยิบมันขึ้นมาพูดและชิงพูดถึงมันขึ้นมาก่อน เพราะการกระทำเช่นนี้จะช่วยให้คุณดูน่าเชื่อถือมากขึ้น แต่การจะใช้เทคนิคนี้ได้คุณต้องมีทางออกสำหรับจุดอ่อนของคุณไว้ด้วย เพราะถ้าคุณไม่มีทางออกเตรียมไว้ มันจะกลายเป็นการเปิดช่องโหว่ให้ผู้อื่นนำมาใช้โจมตีคุณ

Source

David J. Lieberman. 2012. Executive Power. Thai translated by Pornlert Itt. Bangkok: WeLearn Co., Ltd.

Leave a Reply

Fill in your details below or click an icon to log in:

WordPress.com Logo

You are commenting using your WordPress.com account. Log Out /  Change )

Google+ photo

You are commenting using your Google+ account. Log Out /  Change )

Twitter picture

You are commenting using your Twitter account. Log Out /  Change )

Facebook photo

You are commenting using your Facebook account. Log Out /  Change )

Connecting to %s